2010/Nov/20

เวลาอยู่ใกล้เธอ ฉันชอบวิธีที่เธอคุยกับฉัน

เวลาเธอซุ่มซ่าม เธอทำให้ฉันอดยิ้มไม่ได้

เธอคงไม่รู้ตัว ฉันชอบที่เธอร้องเพลงผิดคีย์

มันดูน่ารักดี เธอทำให้โลกสดใส

มีเหตุผลนับเป็นร้อยเป็นพัน ที่ทำให้ฉันนั้นต้องรักเธอ

ไม่เบื่อสักครั้งที่ต้องพูดคำเดิม ฉันชอบบอกว่ารักเธอ

มันตกหลุมรักเธออย่างนี้ทุกวัน ไม่ว่าวันนี้ หรือวันไหน

ก็ยังตกหลุมรักเธอได้ทุกๆวัน มีแต่เธอในหัวใจ

รู้สึกเหมือนเรา มาเริ่มรักกัน เคยเป็นไงก็เป็นงั้น

ยิ่งนานเท่าไร ยิ่งรู้ใจกัน ก็เธอมาทำให้ทุกวัน เป็นวันแรกเจอ

เวลาตื่นเช้ามา ฉันชอบที่ฉันได้เจอเธอก่อนใคร

อะไรที่วุ่นวาย ก็ลืมไปเลยเมื่อฉันมีเธอ เธอคงไม่รู้ตัว

ฉันชอบวิธีที่เธอมาเปลี่ยนฉัน ให้เป็นคนสำคัญ ไม่มีใครดีเท่าเธอ


.........

2010/Nov/12

บางครั้งเราก็อยากลองเปลี่ยนอะไรบ้าง
.
ในทุกๆเช้าฉันจะชงกาแฟ ขมๆอุ่นๆที่ชอบ ~*
.
น้ำตาล 1 ก้อนเท่านั้น...ที่ต้องการ
.
วันนี้อยากลองเปลี่ยน... สิ่งที่ไม่อยากเปลี่ยน
.
ฉันลองใส่น้ำตาลเพิ่มอีกก้อน
.
เผื่อกาแฟจะอร่อยขึ้น
.
แต่...ไม่เลย
.
มันหวานไป...สำหรับฉัน
.
บางครั้งเราเปลี่ยนเพื่อเรียนรู้
.
แล้วเราก็จะกลับไปเป็นตัวเองเหมือนเดิม...ที่เคยเป็นอีกครั้ง
.
พรุ่งนี้ฉันจะกลับไปขมเหมือนเดิม

2010/Nov/11

“ความรักทำให้คนตาบอด” เป็นหนึ่งในคำเปรียบเปรยสำหรับคนมีรัก แสดงถึงอาการไม่ยอมรับความจริง เห็นผิดเป็นชอบ สมองส่วนของเหตุผลถูกทำลายลงด้วยอารมณ์ อันเป็นที่มาของความบกพร่องในระบบการตัดสินใจ ถ้าสาเหตุของโรคเป็นคนดี รักเดียวใจเดียว ซื่อสัตย์ อาการเหล่านี้จะไม่ลุกลามและหายวันหายคืน ถือว่าเป็นโชคดีของผู้ป่วย แต่ถ้าสาเหตุของโรคเป็นคนนิสัยไม่ดี เจ้าชู้ อาการของโรคมีแต่ทรุดกับทรุด เกิดความทรมานแก่ผู้ป่วย นอกจากความรักทำให้คนตาบอดแล้ว ยังมีโรคอีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับความรัก ทำให้คนเราทำพฤติกรรมหรือการกระทำต่างๆที่คนธรรมดาไม่ได้อยู่ในภาวะอินเลิฟทำกันได้ จนเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ มีโรคอะไรบ้างที่เกิดจากความรัก แล้วคุณผู้อ่านเคยเป็นโรคเหล่านี้กันบ้างรึเปล่า

โรคเข้าข้างตัวเอง

           สาเหตุของโรคเกิดจากมีเพศตรงข้ามเข้ามาใกล้ หรือเข้ามารุกรานในพื้นที่ส่วนตัวที่เรียกว่า
หัวใจ ทำให้เกิดอาการหลงผิด คิดว่าอีกฝ่ายมีใจให้ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะพูดจะทำอะไร มักคิดว่าเค้ามาชอบเราจีบเรา ผู้ป่วยที่มีหน้าตาดีเป็นทุนเดิมค่อนข้างเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ป่วยหน้าตาปานกลางถึงแย่ เนื่องจากเข้าใจว่าตนหน้าตาดีเป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้เกิดความเข้าใจผิดจนเป็นโรคนี้ได้ ในทางกลับกันถ้าสาเหตุของโรคเป็นคนหล่อหรือสวยยิ่งทำให้ผู้ป่วยมีอาการหวั่นไหวได้ง่ายกว่าปรกติ อีกกลุ่มบุคคลที่เสี่ยงเป็นโรคนี้ได้คือ พวกอ่อนต่อโลก มองโลกในแง่ดี เลยเหมาหรือสรุปว่าเค้ามาจีบตน วิธีป้องกันคือ วางใจเป็นกลาง ดูพฤติกรรมอีกฝ่ายให้แน่นอนว่าเค้าทำดีกับเราแค่คนเดียวหรือเหวี่ยงแหไปทั่ว หรือเป็นเพราะอีกฝ่ายเป็นคนอัธยาศัยดี มนุษยสัมพันธ์ดีต่อทุกคน วิธีรักษาให้หายขาดคือการถามตรงๆกับอีกฝ่ายว่าคิดยังไงกับตน เป็นวิธีที่ทำให้หายจากโรคเข้าข้างตัวเองได้ แต่ผลของคำตอบอาจนำมาซึ่งโรคแทรกซ้อนอย่างอื่นได้ เช่นโรคอกหัก

โรคพิการซ้ำซ้อน

           เกิดกับผู้ที่ได้รับไวรัสความรักใหม่ๆ โดยเกิดกับฝ่ายหญิงมากกว่าฝ่ายชาย อาการคือไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ คิดเองไม่เป็น ตัดสินใจไม่ได้ ต้องให้อีกฝ่ายให้ความช่วยเหลือตลอดเวลา อาการของโรคจะรุนแรงมากน้อยขึ้นอยู่กับคู่กรณีของอีกฝ่ายว่าเป็นคนแบบไหน ถ้าเจอคนที่ชอบดูแลเทคแคร์เป็นผู้นำมากๆจะถูกใจกับคนที่เป็นโรคนี้เนื่องจากสามารถแสดงบทบาทของการเป็นเจ้าเข้าเจ้าของได้อย่างเต็มที่ แต่สำหรับคู่กรณีที่ขี้รำคาญหรือชอบคนที่ดูแลตัวเองได้อาจไม่ค่อยชอบใจคนที่เป็นโรคนี้นัก ดังนั้นผู้ป่วยควรสังเกตพฤติกรรมของฝ่ายที่มาจีบว่าชอบแบบไหนมากกว่ากันเพราะถ้าคุณเป็นโรคนี้อย่างต่อเนื่อง อาจเป็นสาเหตุของการถูกทิ้งได้เช่นกัน

โรคสมาธิสั้น

          เป็นอีกหนึ่งโรคที่เกิดกับคนที่ได้รับเชื้อไวรัสที่เรียกว่าความรัก อาการคือจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว คิดถึงอีกฝ่ายตลอดเวลา ว่าทำอะไร อยู่กับใคร อยู่ที่ไหน คิดถึงเราบ้างรึเปล่า ทำให้สูญเสียสมาธิในการเรียนหรือการทำงาน มีผลทำให้ผลการเรียนแย่ลง ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ข้อดีเพียงเล็กน้อยของโรคนี้ในกรณีที่เรียนหรือทำงานที่เดียวกันทำให้รู้สึกอยากมาเรียนหรืออยากมาทำงาน ส่วนมาแล้วจะตั้งใจทำงานรึเปล่านั่นก็เป็นอีกเรื่อง สำหรับผู้ป่วยที่เสพย์ติด Social Network อย่าง Facebook หรือถ้าติดมือถือ Black Berry จิตใจของผู้ป่วยจะจดจ่อกับการอัพเดทสเตตัสของอีกฝ่ายหรือคอยแต่จะเมนท์หากันทั้งวัน
วิธีรักษาควรรู้จักแยกแยะ จัดสรรเวลาให้เป็น มิฉะนั้นจะมีผลเสียต่อการเรียนและการทำงานได้

โรควิตกกังวล วิตกจริต

         พบได้ในกลุ่มบุคคลที่ไวรัสความรักได้ซึมเข้าสู่กระแสเลือด อาการของผู้ป่วยขึ้นอยู่กับพื้นเพของผู้ป่วยแต่ละคน โดยต้องเช็คประวัติย้อนหลังของผู้ป่วยว่ามีอดีตกับแฟนเก่าอย่างไรบ้าง ถ้าเคยมีแฟนเก่าเป็นคนเจ้าชู้มาก่อน โรควิตกกังวลวิตกจริตนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับแฟนใหม่ ด้วยความหวาดระแวงจากอดีตของตนเป็นทุนเดิม กลุ่มคนที่ขาด
ความมั่นใจในตนเองเป็นอีกกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ได้ เพราะเกิดจากความไม่มั่นใจในตนเองทำให้วิตกกังวลว่าอีกฝ่ายอาจนอกใจ คิดตีจากตลอดเวลาเพราะตนไม่ดีพอ วิธีรักษาที่ดีที่สุดคือรู้จักการใช้ยา “ปล่อยวาง” ซึ่งยาปล่อยวางนี้นิยมใช้เป็นที่แพร่หลายในการรักษาโรคหลายๆโรคที่เกี่ยวข้องกับจิตใจ เมื่อรู้จักปล่อยวางอาการวิตกจริตหรือกังวลมากไปจะค่อยๆดีขึ้น

โรคนอนไม่หลับ

         โรคนี้เป็นโรคต่อเนื่องที่มีผลมาจากโรควิตกกังวล มักเกิดกับฝ่ายหญิงมากกว่าฝ่ายชาย ฝ่ายหญิงนั้นอาจอยู่ในฐานะของแฟนหรือถึงขั้น
แต่งงานแต่งการกันไปแล้ว อาการนอนไม่หลับนั้นเกิดขึ้นเมื่อแฟนหรือสามีของตนกลับบ้านไม่ตรงเวลา ปิดมือถือ หนีเที่ยว หรือเที่ยวจนติดเป็นนิสัย โดยมีสาเหตุจากความเป็นห่วง เช่นเมื่อคนรักตน “เมาแล้วขับ”จะเกิดอุบัติเหตุรึเปล่า หรือเกิดจากความหึงหวงว่าอีกฝ่ายอาจนอกลู่นอกทาง วิธีป้องกันคือการตามไปคุม พูดง่ายๆว่าไปเที่ยวด้วยกันเลยจะได้ไม่ต้องห่วง หรือในกรณีที่ไม่ชอบเที่ยวอาจบังคับอีกฝ่ายไม่ให้ขับรถไป โดยให้ใช้บริการของแท็กซี่แทน เป็นการลดความกังวลว่าอีกฝ่ายอาจมีอันตรายจากการขับรถ สำหรับบางรายที่เฉยชาหรือว่าชาชินกับพฤติกรรมของอีกฝ่าย โรคนอนไม่หลับนี้จะหายไปเองโดยอัตโนมัติ เรียกว่า เกิดอาการช่างมันฉันไม่แคร์ ผู้ป่วยจึงสามารถกลับมานอนหลับเป็นปรกติดั่งเดิม

โรคหลงรักคนมีเจ้าของ

         เป็นโรคที่ค่อนข้างอันตรายสำหรับคนที่เป็น การรักษาค่อนข้างยากขึ้นอยู่กับสถานะของสาหตุของโรคว่าเป็นแค่แฟนหรือแต่งงานเป็นเรื่องเป็นราว การไปหลงรักคนที่แต่งงานแล้ว มีแต่เสียกับเสีย นอกจากเจ้าตัวจะทุกข์ใจแล้ว ยังโดนสังคมประณามได้อีก ถ้าอีกฝ่ายไม่เล่นด้วยอาการจะหายเร็วกว่าปรกติ แต่ถ้าอีกฝ่ายดันสานสัมพันธ์กับเจ้าตัวด้วย อาจทำให้อาการบานปลายเป็นปัญหาครอบครัวได้ วิธีป้องกันคือสืบให้แน่ก่อนว่าอีกฝ่ายมีเจ้าของเป็นตัวเป็นตนรึยัง ในกรณีที่มีการปกปิดอย่างมิดชิดหรือเนียนจนไม่สามารถจับได้ เมื่อรู้ตัวอีกทีก็ถลำลึกจนไม่สามารถถอนตัวได้ วิธีรักษามีเพียงการใช้ยา”ตัดใจ”อย่างเดียว ผลของการใช้ยาขึ้นอยู่กับความร่วมมือของผู้ป่วยด้วย หรือการให้อีกฝ่ายเคลียร์พันธะของตัวเองให้หมด ก่อนกลับมาคบกันอีกครั้ง

โรคความจำเสื่อม

         พบได้ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อความรักเข้าไปในอย่างรุนแรง ยากที่จะรักษา อาการของโรคคือ ไม่ว่าอีกฝ่ายทำผิดซ้ำซากจนเป็นสาเหตุของการ
ทะเลาะกันรุนแรง หรือแม้ถึงขั้นเลิกรากันไป แต่เมื่อมาง้อขอคืนดีกลับยอมยกโทษให้ แล้วกลับไปคบกันเหมือนเดิม เรื่องจึงวนเวียนเป็นเรื่องราวเดิมๆ ปัญหาเดิมๆจนทำให้เจ้าตัวต้องเสียน้ำตาหรือบอบช้ำเพราะไวรัสความรักแบบไม่หายขาด สมองของผู้ป่วยมักสั่งให้ลืมเรื่องทุกอย่างๆ ให้อภัยอีกฝ่ายจนหมดสิ้น การเป็นโรคความจำเสื่อมมีทั้งข้อดีข้อเสีย ถ้าอีกฝ่ายกลับตัวได้ สามารถทำให้ผู้ป่วยกลับมารักกันดังเดิมอยู่กันอย่างยืดยาว แต่ถ้าอีกฝ่ายยังคงพฤติกรรมแย่ๆไว้ครบทุกระเบียบนิ้ว ผู้ป่วยคงต้องทนทุกข์ทรมานกับโรคนี้ไปเรื่อยๆโดยที่ไม่มีทางรักษา

โรคอกหักรักเป็นพิษ

          เป็นโรคยอดฮิตที่เรียกได้ว่าถ้าใครมีความรักมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคนี้ โดย
ความรุนแรงของโรคนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยของคนที่เป็นโรคเช่น อายุ ระยะเวลาที่คบกัน สาเหตุของอาการอกหัก ฝ่ายบอกเลิกหรือฝ่ายถูกเลิก ยังรักอยู่หรือหมดรักแล้ว ซึ่งสามปัจจัยที่กล่าวมาเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกันทั้งหมด อายุมากหรือน้อยเกี่ยวข้องกับสภาวะการยับยั่งช่างใจหลังจากการอกหัก ถ้าเป็นรักแรกที่มีความคาดหวัง อาการของผู้ป่วยค่อนข้างรุนแรง ระยะเวลาที่คบกัน มีผลอยู่สองแบบคือ รักมากยิ่งช้ำมาก เหมือนกับเวลาที่ผ่านมาไม่มีผลต่อการตัดสินใจของอีกฝ่ายที่จะบอกเลิก แต่อีกกรณีที่พบคือ ผู้ป่วยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหมดรักอีกฝ่าย อาการของฝ่ายที่หมดรักไม่รุนแรงเท่ากับฝ่ายที่ยังรักอยู่ สาเหตุของการเลิกรา การเข้ากันไม่ได้ หรือเกิดจากบุคคลที่สามเข้ามาแทรกแซง อาการของผู้ป่วยที่ตรวจพบคือ ร้องไห้ เสียใจ ไม่เป็นอันกินอันนอน น้ำหนักขึ้นหรือลงอย่างรวดเร็ว โรคอกหักถือเป็นโรคร้ายแรงที่สุดที่มีสาเหตุจากความรัก

          คุณผู้อ่านที่เคยมีความรักมาคงคุ้ยเคยกับโรคหรืออาการของโรคเหล่านี้มาแล้วไม่มากก็น้อย แต่ใช่ว่าความรักจะทำให้เราเป็นโรคได้อย่างเดียว สำหรับคนที่ได้เจอกับความรักที่สมหวัง คนรักที่ดี สิ่งที่คุณได้พบแน่นอนคือความสุขของการมีคนให้รัก และมีคนที่รักเรา ไม่มีใครล่วงรู้อนาคตได้ว่าความรักของคนแต่ละคนจะสิ้นสุดเมื่อไร ถ้ามัวแต่กลัวคงไม่มีโอกาสได้
ลิ้มรสความสุขของการมีรักได้ แต่เมื่อรักแล้วต่อให้เกิดอะไรขึ้น ขอให้คิดว่าเป็นความสมัครใจของเราเอง สิ่งที่ทำได้คือ ทำให้ทุกวันเป็นวันที่ดีที่สุดไงค่ะ

2010/Oct/18

เมื่อแรกเริ่มเราได้เจอความรัก
เราไม่ต้องใช้ความพยายามในการที่จะรักใครสักคนหนึ่ง
เมื่อรักความรัก เราก็จะรักเค้าไปตามหัวใจที่เป็นไปเองโดยธรรมชาติ
แต่เมื่อเลิกรักกันแล้ว เราก็ไม่ต้องไปพยายามที่จะไปลืมมัน ทุกอย่างจะเป็นไปตามธรรมชาติ
เวลาจะช่วยเราเอง
บางคนใช้เวลาเพียงไม่มีกี่วัน หรืออาจเป็นเดือน อาจเป็นปี
แต่บางคนอาจใช้เวลาทั้งชีวิต
ตอนนี้ ฉันมีความรักที่คาดหวัง
เค้าคาดหวังในตัวฉัน
ฉันคาดหวังในตัวเค้า
ไม่อยากให้ความคาดหวังนี้มาทำร้ายกัน
ขอให้เชื่อใจกันบ้าง
ในบางครั้งฉันก็เศร้าใจที่จะอธิบายอะไรไป
แล้วคุณไม่เชื่อใจ
ฉันรักคุณนะคะ
เชื่อใจฉันบ้าง
PS.I love you

2010/Sep/28

เดือนที่ผ่านมาเจอใครบางคนเข้ามาทำให้ชีวิตเปลี่ยน

ไม่ต้องเดินคนเดียวอีกต่อไป

เดือนที่มีความสุข ...เกินจิง!

เดือนที่มีความหมาย

เดือนที่รู้จักพอ

เดือนที่ไม่เคยมองใครอีกเลย

เดือนที่ทำให้รู้ว่าไม่อยากไปไหนแล้ว

และที่สำคัญ .. .. *

เดือนที่รักกันม๊ากมาก ฮ่าฮา 

น่าปลื้มใจจิงๆ เขินๆๆ

^ ^

 

หลายครั้งกับความโกรธ และคำว่าขอโทษ

ที่เคยพูด ที่เคยผิด ที่เธอยังไม่เคยเบื่อ

ขอบคุณจิงๆ นะ ไม่มีอะไรจะให้ นอกจากคำสัญญาว่าจะรักเธอที่สุด สัญญา ♥

 ไม่จำเป็น ที่จะต้องเหมือนกับคู่อื่น

แค่เป็นในแบบที่เธอเป็น เป็นในแบบที่ชั้นเป็น

มีกันและกัน อย่างนี้เรื่อยไป

^ ^

รักเว่อๆ หวงเว่อๆ หึงเว่อๆ

เว่อๆอย่างงี้ ตลอดกันเลยทีเดียวว 5 5 5

 

2010/Sep/23

ฉันมันคนช่างฝัน

ฝันว่าไปที่ที่ไม่เคยไปได้ทุกวัน

แปลก . . . แปลกใจกับฝัน

แต่ก็ดีนะ เราได้ไปในที่ที่เราไม่เคยไปได้โดยไม่ต้องเดินทาง

ถึงจะไม่ได้ไปจริงๆ  และไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้

แต่ก็เพลินๆ

แต่ในบางคืนก็เศร้าบ้าง

อย่างเช่นเมื่อคืน  ฉันไปที่ที่ไม่เคยไปอีกตามเคย 

แต่

รถฉันหาย ร้องไห้ เศร้า จะโทรหาแม่ (โชคดีที่ตื่นซะก่อน ไม่งั้นยังคงร้องไห้อยู่ในฝัน แบบนั้นจนเหนื่อย)

 

ความฝันกับความจริงมันต่างกันตรงที่ว่า

ความฝันมันทำให้เจ็บปวดน้อยกว่าความจริง

(ใครว่าความฝันไม่ทำให้เจ็บ ไม่จริงหรอกนะ)

 

คืนนี้ฉันจะได้ไปที่ไหนอีกนะ

ช่างน่าตื่นเต้นซะจริง > <

http://www.youtube.com/watch?v=oV9aA4W_YxI&feature=related

2010/Aug/19

ความสุข

 

ไม่ได้อยู่

 

ที่

 

ปลายทาง

 

แต่

 

มันอยู่...ระหว่างทาง